THB US$ UK£ .
 
ชื่อ :
นามสกุล :
อีเมล์ :
ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ธุรกิจการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายทั่วโลกนั้นมีมูลค่ากำไรสูงเป็นอันดับสามรองจากธุรกิจตลาดมืดชนิดอื่น ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีการลักลอบค้าสัตว์ป่าสูง เป็นที่ที่มีการจับสัตว์ป่า ลักลอบค้า และบริโภคสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายอยู่มาก โดยกลุ่มอาชญากรผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่านั้นมีการทำงานกันเป็นเครือข่ายข้ามชาติ ดังนั้นหน่วยงานของรัฐบาลจึงต้องมีการประสานงานระหว่างประเทศเช่นกัน เครือข่ายอาเซียนเวนจึงได้ถือกำเนิดขึ้น
ASEAN-WEN หรือ อาเซียนเวนย่อมาจากASEAN WILDLIFE LAW ENFORCEMENT NETWORK หรือ เครือข่ายปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชผิดกฎหมายในภูมิภาคอาเซียน เป็นโครงการหนึ่งในการดูแลแของสำนักเลขาธิการอาเซียน ประกอบไปด้วยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมด้านสัตว์ป่า จากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ร่วมกันสร้างเครือข่ายเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานงานปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายข้ามชาติ โดยประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2547 ได้เสนอให้มีการจัดตั้งเครือข่ายนี้ขึ้น และรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ลงนามร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเวนขึ้นอย่างเป็นทางการในปีถัดมา โดยภายใต้กรอบการทำงานของเครือข่ายนั้นแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน จะต้องจัดตั้งชุดปฏิบัติการระดับชาติประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อม ตำรวจ เจ้าหน้าที่ศุลกากร และชุดปฏิบัติการของแต่ละประเทศจะมีการประสานงานระดับภูมิภาคอีกต่อไป เครือข่ายอาเซียนเวนถือว่าเป็นเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมด้านสัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจากประเทศบรูไนดารูซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ทั้งนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีนได้เข้าร่วมประสานงานกับเครือข่ายนี้ด้วย
อาเซียนเวนยังทำงานร่วมกับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ตำรวจสากล องค์กรศุลกากรโลก United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC) และสำนักเลขาธิการอาเซียน โดยมีมูลนิธิเพื่อนป่าด้วยความร่วมมือกับองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา และองค์กรแทรฟฟิคให้ความสนับสนุนด้านเทคนิคกับประเทศสมาชิกในเครือข่าย
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ www.asean-wen.org